ทรัพย์สินทางปัญญา

อนุสิทธิบัตรและงานประดิษฐ์

เครือข่ายของเราพัฒนาอุปกรณ์และกระบวนการหลายอย่างในงานด้านสุขภาพ อาหาร และสิ่งแวดล้อม หน้านี้อธิบายว่าอนุสิทธิบัตรคืออะไร ต่างจากสิทธิบัตรอย่างไร และที่สำคัญที่สุด — คุณตรวจสอบได้ด้วยตัวเองอย่างไร

สิทธิบัตรกับอนุสิทธิบัตร ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองอย่างคือสิทธิที่รัฐให้ความคุ้มครองการประดิษฐ์ แต่เงื่อนไขและอายุความคุ้มครองต่างกันชัดเจน

หัวข้อสิทธิบัตรการประดิษฐ์อนุสิทธิบัตร
อายุความคุ้มครอง20 ปี นับจากวันยื่นคำขอ ต่ออายุไม่ได้6 ปี นับจากวันยื่นคำขอ ต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี รวมสูงสุด 10 ปี
ความใหม่ต้องใหม่ ยังไม่เคยเปิดเผยที่ใดในโลกต้องใหม่เช่นเดียวกัน
ขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้นต้องมี — ต้องไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีความชำนาญทั่วไปคิดได้ง่ายไม่บังคับ — คุ้มครองการปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้นได้
การประยุกต์ในอุตสาหกรรมต้องใช้ได้จริงในอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือหัตถกรรมเงื่อนไขเดียวกัน
เหมาะกับเทคโนโลยีใหม่ที่ก้าวหน้าชัดเจนการปรับปรุงเครื่องมือและกระบวนการให้ใช้งานได้ดีขึ้น

งานส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการรายย่อยและนักประดิษฐ์ในประเทศไทยอยู่ในกลุ่มอนุสิทธิบัตร เพราะเป็นการปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้เหมาะกับบริบทและทรัพยากรจริง มากกว่าการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด — ซึ่งเป็นเรื่องที่มีคุณค่าในทางปฏิบัติไม่น้อยไปกว่ากัน

“ยื่นคำขอ” ไม่เท่ากับ “ได้รับแล้ว”

นี่คือจุดที่ผู้บริโภคถูกทำให้เข้าใจผิดบ่อยที่สุด — การยื่นคำขอ คือการส่งเอกสารเข้าสู่ระบบ ซึ่งใครก็ยื่นได้ ส่วนการได้รับอนุสิทธิบัตร คือกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จดทะเบียนและออกเลขที่ให้แล้ว ผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่า “มีสิทธิบัตร” ทั้งที่ยังเป็นเพียงคำขอ เป็นการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจผิด และตรวจสอบย้อนได้เสมอ

ตรวจสอบด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องเชื่อเรา

ฐานข้อมูลสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรของไทยเปิดให้ค้นหาสาธารณะฟรี ใครก็ตรวจสอบได้ว่าเลขที่ใดมีอยู่จริง ใครเป็นผู้ทรงสิทธิ และสถานะปัจจุบันเป็นอย่างไร

  1. เข้าเว็บ search.ipthailand.go.th ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
  2. เลือกประเภท สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
  3. ค้นด้วย เลขที่ประกาศโฆษณา หรือ ชื่อผู้ขอรับสิทธิบัตร หรือ ชื่อการประดิษฐ์
  4. ดูสถานะว่าเป็น “ยื่นคำขอ” “ประกาศโฆษณา” หรือ “จดทะเบียนแล้ว” และวันหมดอายุความคุ้มครอง

เราสนับสนุนให้ทุกคนตรวจสอบก่อนตัดสินใจ ไม่ว่าจะกับเราหรือกับผู้ขายรายใดก็ตาม — ข้อมูลที่ตรวจสอบได้คือมาตรฐานขั้นต่ำที่ผู้บริโภคควรได้รับ

รายการทรัพย์สินทางปัญญาของเรา — ตามฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ข้อมูลด้านล่างคัดจากระบบค้นหาของกรมทรัพย์สินทางปัญญา (search-new.ipthailand.go.th) ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 ผู้ขอและผู้ประดิษฐ์ทุกรายการคือ อ.สุ — สุริยา เจียรพาณิชย์พงศ์ ทุกท่านตรวจสอบซ้ำได้ด้วยเลขที่คำขอ

ประเภทเลขที่คำขอชื่อการประดิษฐ์วันยื่นคำขอสถานะ
อนุสิทธิบัตร0203000840อุปกรณ์ช่วยแกว่งไกวระบบแม่เหล็ก19 ก.ย. 2545ออกอนุสิทธิบัตรแล้ว เลขที่ 2106 (16 พ.ย. 2548) — หมดอายุความคุ้มครองแล้ว (อนุสิทธิบัตรคุ้มครองสูงสุด 10 ปี)
อนุสิทธิบัตร2003002846กระถางน้ำปุ๋ยปลูกพืชแบบเติมอากาศ (ฐานเรียนรู้ที่ 6)22 ต.ค. 2563ออกอนุสิทธิบัตรแล้ว เลขที่ 23424 (26 มี.ค. 2567)
สิทธิบัตรการประดิษฐ์1701002021เครื่องเติมก๊าซเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังด้วยความร้อนและแม่เหล็ก (หลักการของแคปซูลอบไอน้ำผสมโอโซน)11 เม.ย. 2560ยื่นคำขอและประกาศโฆษณาแล้ว (1 มี.ค. 2562 เลขประกาศ 1701002021A) — ยังไม่ออกสิทธิบัตร
อนุสิทธิบัตร2203001540เครื่องกำจัดกลิ่นควันและเชื้อโรคด้วยก๊าซโอโซนไนโตรเจนอ็อกไซด์ต่ำและก๊าซอ็อกซิเจนประจุลบ ควบคุมจากระยะไกลด้วยอินเทอร์เน็ต IoT (หลักการของฐานเรียนรู้ที่ 9 ครัวปลอดแมลงและกลิ่น)22 มิ.ย. 2565ยื่นคำขอแล้ว (กรมฯ รับเรื่องและออกใบเสร็จค่าธรรมเนียม 22 มิ.ย. 2565) — ยังไม่ประกาศโฆษณา จึงยังไม่ปรากฏในระบบค้นหาสาธารณะ อยู่ระหว่างดำเนินการ

อุปกรณ์อื่นในศูนย์เรียนรู้ เช่น ถังหมุนหมักเศษอาหาร ชิงช้าปลูกผัก และบ่ออนุบาลสัตว์น้ำด้วยโอโซน เป็นงานพัฒนาของศูนย์ที่ยังไม่มีเลขคำขอหรือเลขทะเบียนให้ตรวจสอบ เราจึงไม่อ้างสถานะสิทธิบัตรกับรายการเหล่านั้นจนกว่าจะมีเลขที่ให้ตรวจสอบได้

ทำไมธุรกิจจึงควรสนใจเรื่องนี้

ถ้าคุณเป็นผู้ซื้อหรือผู้ใช้

  • ขอเลขที่ แล้วค้นเอง — ผู้ขายที่มีของจริงจะให้เลขที่ได้ทันทีโดยไม่ลังเล
  • ดูว่าใครเป็นผู้ทรงสิทธิ — บางครั้งชื่อในทะเบียนไม่ใช่คนที่กำลังขายให้คุณ
  • ดูวันหมดอายุ — อนุสิทธิบัตรที่หมดอายุแล้วไม่มีผลคุ้มครองอีกต่อไป
  • อย่าสับสนกับการรับรองคุณภาพ — สิทธิบัตรคุ้มครองสิทธิในการประดิษฐ์ ไม่ใช่การรับรองว่าใช้แล้วได้ผล ปลอดภัย หรือรักษาโรคได้

ถ้าคุณเป็นผู้ประดิษฐ์

  • อย่าเปิดเผยก่อนยื่นคำขอ — การโพสต์ ออกงานแสดงสินค้า หรือขายก่อนยื่น อาจทำให้เสีย “ความใหม่” จนจดไม่ได้
  • จดบันทึกกระบวนการพัฒนา พร้อมวันที่และภาพถ่ายไว้เสมอ
  • สืบค้นก่อนว่ามีใครจดไว้แล้วหรือยัง ประหยัดทั้งเวลาและค่าธรรมเนียม
  • ปรึกษาตัวแทนสิทธิบัตร สำหรับการร่างข้อถือสิทธิ ซึ่งเป็นส่วนที่กำหนดขอบเขตความคุ้มครองจริง

ผู้อยู่เบื้องหลังงานประดิษฐ์

งานพัฒนาอุปกรณ์และกระบวนการของเครือข่ายอยู่ภายใต้การนำของ อ.สุ ซึ่งมีพื้นฐานทั้งด้านบริหารธุรกิจและการวินิจฉัยสถานประกอบการ

  • ปริญญาโท บริหารธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปริญญาโท Logistics & Supply Chain Management มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • นักวินิจฉัยสถานประกอบการ (Shindan) รุ่นที่ 4 สถาบันไทย-ญี่ปุ่น
  • ที่ปรึกษา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
  • ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรในประเทศไทยมาแล้วกว่า 10 ฉบับ

แนวทางการทำงานคือการมองปัญหาหน้างานจริงก่อน แล้วจึงออกแบบเครื่องมือให้แก้ปัญหานั้นด้วยทรัพยากรที่ผู้ใช้มีอยู่ — อ่านเพิ่มได้ในหน้า นวัตกรรมเกษตรและสิ่งแวดล้อม

ข้อควรทราบ: เนื้อหาในหน้านี้ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบสิทธิบัตรของไทย ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หลักเกณฑ์ ค่าธรรมเนียม และขั้นตอนอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือปรึกษาตัวแทนสิทธิบัตรก่อนดำเนินการ และการมีสิทธิบัตรไม่ใช่การรับรองสรรพคุณทางการแพทย์ในทุกกรณี

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมทรัพย์สินทางปัญญา — ระบบสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตร
    search.ipthailand.go.th
  2. กรมทรัพย์สินทางปัญญา — ข้อมูลสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร
    ipthailand.go.th
  3. เอกสารเผยแพร่ความรู้เบื้องต้นเรื่องสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร — อายุความคุ้มครองและเงื่อนไข
    cdti.ac.th

อยากทราบข้อมูลเฉพาะเรื่อง

หากต้องการรายละเอียดของงานประดิษฐ์ชิ้นใดเป็นพิเศษ หรือสนใจเรื่องการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ติดต่อเราได้โดยตรง